บทที่ 3 กระต่ายตื่นตูม

บทที่ 3

ในระหว่างที่กระทิงกำลังขับรถสปอร์ตคันหรูออกจากบริเวณอาคารอำนวยการ มุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางออกของมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วไม่มากนัก

พอถึงช่วงทางแยกที่เป็นโค้งหักศอก จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาสาวคนหนึ่งก็พรวดพราดเดินออกมาจากมุมอับอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่มีใครคาดคิด!

เอี๊ยดดดด!

กระทิงทิ้งน้ำหนักเท้าแตะเบรกมิดจนหัวคลอนไปข้างหน้า ในขณะที่เสียงยางบดถนนดังสนั่นลั่นลานมหาวิทยาลัย ดึงสายตาของเหล่านักศึกษาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้รีบวิ่งเข้ามามุงดูด้วยความตกใจ

“ยัยวี! เป็นไงบ้างแก!”

เสียงเพื่อนสาวที่วิ่งตามหลังออกมาติด ๆ ถลาเข้าไปประคองร่างบางที่ลงไปกองกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบก้มลงสำรวจอาการของเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

ทางด้านกระทิงรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาดูอาการคู่กรณีทันที

กระทิงทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ ร่างบางด้วยสีหน้าเครียด

“เป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

‘วี’ หรือ ‘รวียา’ ช้อนสายตาที่ยังเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ มองเจ้าของรถสปอร์ตทันที

ในวินาทีนั้น... สายตาคมกริบของกระทิงถึงกับชะงักไปชั่วครู่

“เจ็บข้อเท้าค่ะ... สงสัยเท้าจะแพลง” น้ำเสียงหวานใสตอบกลับมาเบา ๆ อย่างขวัญเสีย

“มาครับ ผมช่วย”

กระทิงสอดมือเข้าช่วยหิ้วแขนเรียวอีกข้างเพื่อพยุงให้เธอลุกขึ้นยืน ทว่าทันทีที่เท้าของรวียาแตะพื้น เธอกลับเซวูบจนทำท่าจะทรุดลงไปอีกรอบ!

ด้วยความไวของสัญชาตญาณ กระทิงรีบรวบเอวบางไว้แน่น พร้อมกับแรงดึงเข้าหาตัว จนร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่งแบบไม่ได้ตั้งใจ

เพื่อนสาวที่ช่วยประคองในตอนแรกเห็นดังนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยมือออก เปิดทางให้ร่างสูงใหญ่ของกระทิงเป็นคนรับน้ำหนักตัวของรวียาไว้ทั้งหมด เพื่อให้เขาสามารถกะแรงและประคองเธอบนลำแขนแข็งแรงได้ถนัดขึ้น

รวียาตกอยู่ในอ้อมกอดกว้างอย่างกะทันหัน ดวงตากลมโตเบิ่งค้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อสบสายตาคมเข้มในระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว ท่ามกลางเสียงพูดคุยของบรรดาเพื่อนร่วมสถาบันที่ยืนอยู่รอบด้าน ทว่าเวลานี้ทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบ ราวกับรับรู้เพียงสายตาที่ประสานกันตรงหน้าเท่านั้น...

“ขอโทษนะคะ มีอะไรกันหรือเปล่า”

เสียงแหลมดังขึ้นไม่ไกล เหล่านักศึกษาเปิดทางให้เจ้าของเสียงเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ

กิ่งกานต์เดินตรงเข้ามา กระทิงจึงตอบกลับไป

“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ”

กิ่งกานต์มองพินิจนักศึกษาสาว ก่อนหันไปถามเพื่อน ๆ ที่ยืนอออยู่ด้วยกัน “พวกเธอเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า”

“ค่ะ”

“แล้วยืนเฉยกันอยู่ทำไม ช่วยประคองเพื่อนไปห้องปฐมพยาบาลสิ”

“ไม่ต้องครับ ผมจะรับผิดชอบพาเธอไปโรงพยาบาลเอง”

พูดจบกระทิงก็ช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม แล้วก้าวผ่านกิ่งกานต์ตรงไปยังรถสปอร์ตของตัวเอง ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่มองตามด้วยความอึ้ง ทึ่ง และอิจฉาไปตาม ๆ กัน

‘โดนรถเฉี่ยว แล้วมีเทพบุตรมาอุ้มแบบนี้ เป็นฉันก็ยอมวะแก...’

กิ่งกานต์มองตามรถสปอร์ตที่ขับออกไปจนลับสายตา ก่อนหันไปมองนักศึกษารอบตัว ที่พากันแยกย้ายกันกลับอาคารเรียนของตัวเอง...

กระทิงพารวียามาถึงโรงพยาบาลที่ใกล้มหาวิทยาลัยที่สุด ไม่นานนัก แพทย์ก็แจ้งว่าข้อเท้าของเธอเพียงแค่แพลง ไม่มีบาดแผลหรืออาการรุนแรง เพียงแต่ควรงดลงน้ำหนักและพักการใช้งานสักระยะ

เมื่อจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อย กระทิงก็เดินกลับมาหาหญิงสาวที่นั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ

“หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก เดี๋ยวให้ผมไปส่งที่บ้านไหมครับ”

รวียาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ก่อนรีบส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยววีให้เพื่อนมารับก็ได้”

กระทิงพยักหน้ารับ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ ผมคงต้องกลับแล้ว”

หัวใจของรวียากระตุกวูบ รีบเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะก้าวออกไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”

กระทิงหยุดเท้าแล้วหันกลับมา

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

รวียาชะงักเล็กน้อย ก่อนก้มมองข้อเท้าตัวเองเหมือนกำลังนึกหาคำพูด

“คือ...เรื่องค่ารักษาน่ะค่ะ”

“ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ”

“วีรู้ค่ะ แต่ถ้าหลังจากนี้ข้อเท้าวีมีปัญหา หรือเกิดอะไรขึ้นจากอุบัติเหตุเมื่อกี้...”

เธอเว้นจังหวะ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“วีขอเบอร์คุณไว้ได้ไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อไป”

กระทิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

คำขอของเธอไม่ได้ดูผิดปกติ เพราะเขาเป็นฝ่ายขับรถเกือบชนเธอ การทิ้งเบอร์ติดต่อไว้จึงเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว

“ได้ครับ”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนยื่นให้เธอ

“กดเบอร์คุณไว้เลยครับ เดี๋ยวผมโทรเข้าเครื่อง”

เธอรับโทรศัพท์มาจากมือเขา แล้วค่อย ๆ กดหมายเลขลงไปอย่างระมัดระวัง ก่อนโทรออกไปยังเครื่องของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋า

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที

รวียารีบกดตัดสาย แล้วส่งโทรศัพท์คืนให้เขาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ขอบคุณนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

กระทิงรับโทรศัพท์แล้วถามกลับไป “ชื่อวีใช่ไหมครับ” เธอเพียงพยักหน้า เขาจึงบันทึกชื่อเธอไว้ ‘วี’

“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ ดูแลตัวเองด้วย”

“ค่ะ”

รวียามองตามร่างสูงที่กำลังเดินจากไป ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...

หลังจากแยกตัวมาจากรวียาที่โรงพยาบาล กระทิงขับรถกลับมาถึงบ้านพักในสภาพเหน็ดเหนื่อย เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้อง ทอดแขนพาดไปกับพนักเบาะทั้งสองข้างอย่างหมดแรง ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักสายตา...

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับเสียงวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้า กระทิงลืมตาขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อคนที่เขาคิดว่าใช่แต่กลับไม่ใช่

“ฟ้าใสล่ะ”

เพราะเขาชินกับการกลับมาบ้านแล้วพบฟ้าใสพร้อมแก้วน้ำเย็น ๆ เสมอ เพราะทุกครั้งที่เธอว่าง เธอมักจะคอยดูแลรับใช้เขาอยู่ตรงนี้ไม่เคยห่าง

ทว่า... คำตอบที่ได้รับกลับทำให้กระทิงชะงักกึก

“คุณกระทิงไล่เธอไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ...”

สิ้นประโยคนั้น ร่างหนาดีดตัวลุกขึ้นนั่งตรงทันที

มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ราวกับพยายามเรียกสติและทบทวนความทรงจำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น...

“เชี่ยเฮ้ย!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป